SME2U.COM - เว็บบอร์ดธุรกิจ

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1
เว็บบอร์ดธุรกิจ SMEs / Re: รบกวนสอบถามการหาเงินทุน
« กระทู้ล่าสุด โดย DCO เมื่อ ธันวาคม 12, 2017, 04:14:01 pm »
ต้องเขียนโครงการขึ้นมาก่อนนะครับแล้วก็ค่อยไปลองขอเงินทุนกับธนาคารลองติดต่อธนาคารดู

ช่วงแรกๆ อาจจะยังทำไม่ได้แต่ถ้าเรามีความข้อมูลจากธนาคารแล้ว ทำไปเรื่อยๆ อย่าท้อ ปรับปรุงเนื้อหาข้อมูลเดี๋ยว ก็จะผ่านเองครับ

แต่อย่าท้อ ทำไปเรื่อย จนเข้าใจและสามารถทำได้จริงๆ
2
เว็บบอร์ดธุรกิจ SMEs / รบกวนสอบถามการหาเงินทุน
« กระทู้ล่าสุด โดย siampost เมื่อ ธันวาคม 10, 2017, 09:33:40 am »
ตามหัวข้อเลยครับ
3
#เสียดายมากถ้าคุณเลื่อนผ่าน
#ธุรกิจออนไลน์ข้ามชาติทำยังไง?
#ขยายตลาดทั่วโลกวิธีการเป็นอย่างไร?
#รวยร้อยล้านด้วยGlobal Dropship
--------------------------------
#สัมมนาฟรี_สร้างธุรกิจและการตลาดออนไลน์
#ห้ามพลาด_รับจำนวนจำกัด
---------------------------------------------
#อยากทำธุรกิจ
#ไม่รู้จะทำอะไร
#ไม่รู้จะเริ่มยังไง
#ไม่รู้จะถามใคร
กลับมาอีกครั้งกับงานสุดยอด
"สัมมนา" สำหรับ ผู้ที่อยากเรียนรู้ วิธีการสร้าง "ธุรกิจออนไลน์" ด้วยระบบ "ดรอปชิป Dropship"
.
#6ข้อสำคัญควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ดรอปชิป
1.อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะทำอะไรหรือเริ่มยังไง?
.
2.ไม่รู้หลักในการเลือกสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ
.
3.ต้องสต็อกสินค้ามากมายโดยไม่รู้จะขายได้เท่าไร
.
4.คุณภาพสินค้าที่ไม่ได้มาตราฐาน
.
5.ความยุ่งยากในการแพคของหลายๆแบบ
.
6.ค่าใช้จ่ายและการเดินทางในการจัดส่งสินค้า
อยากมีสินค้าที่ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อยๆ
เพื่อนๆ กำลังประสบปัญหาแบบนี้อยู่ใช่มั๊ย
ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าสัมมนากับสุดยอดวิทยากร
.
https://moneychannelonline.weebly.com
(ฟรี 10 ที่นั่งแรก)
ติดต่อเข้าร่วมสัมมนา
https://line.me/R/ti/p/%40boh8994p
4
#ธุรกิจออนไลน์ข้ามชาติทำยังไง?
#ขยายตลาดทั่วโลกวิธีการเป็นอย่างไร?
#รวยร้อยล้านด้วยGlobal Dropship
--------------------------------
#สัมมนาฟรี_สร้างธุรกิจและการตลาดออนไลน์
#ห้ามพลาด_รับจำนวนจำกัด
---------------------------------------------
#อยากทำธุรกิจ
#ไม่รู้จะทำอะไร
#ไม่รู้จะเริ่มยังไง
#ไม่รู้จะถามใคร
กลับมาอีกครั้งกับงานสุดยอด
"สัมมนา" สำหรับ ผู้ที่อยากเรียนรู้ วิธีการสร้าง "ธุรกิจออนไลน์" ด้วยระบบ "ดรอปชิป Dropship"
.
#6ข้อสำคัญควรรู้ก่อนเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ดรอปชิป
1.อยากทำธุรกิจแต่ไม่รู้จะทำอะไรหรือเริ่มยังไง?
.
2.ไม่รู้หลักในการเลือกสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ
.
3.ต้องสต็อกสินค้ามากมายโดยไม่รู้จะขายได้เท่าไร
.
4.คุณภาพสินค้าที่ไม่ได้มาตราฐาน
.
5.ความยุ่งยากในการแพคของหลายๆแบบ
.
6.ค่าใช้จ่ายและการเดินทางในการจัดส่งสินค้า
อยากมีสินค้าที่ให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อยๆ
เพื่อนๆ กำลังประสบปัญหาแบบนี้อยู่ใช่มั๊ย
ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าสัมมนากับสุดยอดวิทยากร
.
https://moneychannelonline.weebly.com
(ฟรี 10 ที่นั่งแรก)
5
จะทำให้ทุกนาที ในการโทรของคุณ “คุ้มค่าที่สุด”

ประหยัดค่าโทรง่ายๆ ฉลาดในการตัดสินใจ ไม่ต้องลงทุนมากมายเพียงติดตั้ง VOXXY SME เข้ากับระบบโทรศัพท์ในองค์กรประหยัดตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารการโทรได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยโปรโมชั่นโทรไม่อั้นทุกเครือข่ายทั่วไทย


VOXXY คืออุปกรณ์ที่แปลงสัญญาณโทรศัพท์มือถือเป็นโทรศัพท์พื้นฐาน เพื่อต่อเข้ากับระบบตู้สาขาโทรศัพท์ (PBX, PABX, IP PBX, IP PABX) ทำให้องค์กรสามารถใช้โทรศัพท์ภายในโทรออกผ่านโปรโมชั่นของมือถือ เพื่อช่วยลดค่าโทรศัพท์ได้ถึง 80% สามารถเชื่อมต่อกับตู้สาขาโทรศัพท์ (PBX) ได้ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นของ Panasonic, NEC, Toshiba, Avaya, Forth, Ericssion





ทำไมต้องใช้ VOXXY

• คุ้มค่า
– ฟรี โทรได้ไม่จำกัดทั่วไทยในช่วงเวลาทำงาน ช่วยประหยัดได้ทันทีที่ติดตั้ง
– ฟรี อุปกรณ์แปลงสัญญาณ VOXXY และค่าบริการ
– ฟรี เปลี่ยนอุปกรณ์ให้กรณีคลื่นสัญญาณมีการเปลี่ยนแปลง
 

• คุณภาพ
– รับประกันตลอดอายุการใช้บริการ (LIFETIME WARRANTY)
– คุณภาพเสียงชัดระดับ HD CRYSTAL CLEAR
– ทดสอบใช้งานอย่างต่อเนื่องมากกว่า 32.4 ล้านนาที
– ทดสอบตามพื้นที่ต่างๆ มากกว่า 2,000 แห่งทั่วไทย
– ผ่านมาตรฐานจาก กสทช.
 

• ครบทุกฟังก์ชั่น
– มีระบบป้องกันเสียงสะท้อน เสียงรบกวน (ECHO/NOISE CANCELLATION)
– สามารถรับสายโทรเข้า โอนสายไปยังเลขหมายพื้นฐานได้
– สามารถปรับระดับเสียงให้ชัด สอดคล้องกับการใช้งานได้
– รองรับการกดเบอร์ต่อได้ตามมาตรฐาน TOT, CAT, TT&T, TRUE
– ต่อสายเร็ว ไม่ต้องรอ
– รับสัญญาณได้ดี ด้วยเสารับสัญญาณภายนอก
– ป้องกันสัญญาณรบกวนจากการเชื่อมต่อโครงข่าย



ข้อมูลเพิ่มเติม
call center: 02-433-4333
line: @vizer
facebook: vizertech
website: http://www.creaturelab.co.th/product-category-voxxy-th/
6



Xorcom
คือผู้พัฒนาระบบโทรศัพท์ไอพี (IP PBX) จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับจากองค์กรชั้นนำทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพ ประสิทธิภาพ และเสถียรภาพ เนื่องจาก Xorcom เป็นผู้ผลิตทั้งซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ รวมถึงมีการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงสามารถควบคุมมาตรฐานในการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบโทรศัพท์ไอพี (IP PBX) ที่พัฒนาออกมาสมบูรณ์แบบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ผ่านการทดสอบอย่างหนักจากห้องปฏิบัติการ และยังได้รับรางวัลด้านเทคโนโลยีมากมายเพื่อการันตีความเป็นผู้นำการสื่อสารผ่าน VoIP


คุณสมบัติเด่น

- รองรับการขยายองค์กร

สามารถเพิ่มอุปกรณ์ต่อพ่วง Astribank, Channel Bank, SIM server, GSM/3G IP Gateway, SIP Server ได้อย่างอิสระทั้งคู่สายภายนอกและภายใน จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนซ้ำซ้อนกับการวางระบบใหม่เมื่อต้องการขยายองค์กร สามารถออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้งานในแต่ละประเภทธุรกิจ

- รองรับทุกการเชื่อมต่อ

สามารถเชื่อมต่อสายโทรศัพท์ (Telephony Interface) ได้ทั้ง PRI/BRI/E1/T1/ISDN/PSTN/SIP/IP DID/VoIP/FXO และ FXS โดยใช้เทคโนโลยี XPP ผ่านทาง USB รองรับการทำงานร่วมกับ IP Phone ทุกแบรนด์ Yealink, Grandstream, Huawei, Polycom, Fanvil, CISCO,  AVAYA (ทุกรุ่นที่รองรับ SIP Protocol) รองรับโทรศัพท์พื้นฐาน อนาล็อก รวมถึงการรับ-ส่งแฟกซ์ Fax to Email, FoIP, Fax Server

- ปลอดภัยไร้กังวล

มี Firewall ระบบรักษาความปลอดภัยติดตั้งมาพร้อม มีการเข้ารหัสการโทร (SIP TLS & sRTP) และระบบป้องกันการเข้าถึงจากภายนอกที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงอย่าง SBCs (Session Border Control Securities) สำหรับองค์กรที่ต้องการระบบความปลอดภัยระดับสูง เช่น สถาบันการเงิน ธนาคาร หน่วยงานความมั่นคง/รัฐบาล โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ทำให้มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย (Securities)


คุณสมบัติทั่วไป

● โอนสาย (Call Transfer)
● ประชุมสาย (Voice Conference)
● ตั้งเสียงรอสาย (Ringing Group)
● ตั้งปลุก (Wake Up Call)
● ตอบรับอัตโมมัติ (IVR)
● ฝากข้อความเสียง (Voice Mail)
● บล็อกเบอร์โทร (VIP or Blacklist Incoming Call)
● แสดงเบอร์สายซ้อน (Call Waiting Caller ID)
● เสียงเพลงรอสาย (Music On Hold)







ข้อมูลเพิ่มเติม
call center: 02-433-4333
line: @vizer
facebook: vizertech
website: http://www.creaturelab.co.th/product-category-xorcom-th/
7
เว็บบอร์ดธุรกิจ SMEs / แหล่งมองหาลูกค้าที่ดี
« กระทู้ล่าสุด โดย cabala เมื่อ พฤศจิกายน 08, 2017, 07:53:33 pm »
 คนทำงานด้านการตลาด หาได้น้อยนักที่จะไม่รู้จักคำว่า Market Share ซึ่งนับได้ว่าหัวใจหลักในการประกอบธุรกิจ ยิ่งทุกวันนี้ที่มีการแข่งขันกันดุเดือด แต่ละองค์กรต่างยื้อแย่งให้ได้ Market Share หรือส่วนแบ่งการตลาดให้เยอะที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่การหาลูกค้าเราจะมองหาจากไหนได้บ้าง แหล่งที่มาของลูกค้าเหล่านั้นคือที่ไหน มาดูกันค่ะ

การหาลูกค้า          การโฆษณา ถึงจะลงทุนหนัก แต่เป็นหนทางที่ดีที่สุด เพื่อเข้าถึงคนหมู่มาก มีให้เลือกสรรหลายแบบในการหาลูกค้า ไม่ว่าจะบนการทำการตลาดบนเว็บไซต์ สื่อออนไลน์หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือทุ่มหนัก ๆ ไปกับ TVC หรือ Radio Spot และตามหน้านิตยสารหนังสือพิมพ์

          Direct Mail อีกวิธีหนึ่งที่นิยมในการหาลูกค้า นั่นคือการส่งจดหมายอีเมลมาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลในการตลาดแบบตัวต่อตัว ทำได้ทั้งแบบการ์ด แบบคูปอง

          Promotion โปรแกรมส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงกิจกรรมหรือเทศกาล ประเภท ลด แลก แจก แถม ยังสามารถพ่วงเรื่องการลงทะเบียนเพื่อเก็บ Profile ลูกค้าได้อีกด้วย

          Email ปัจจุบันมีบริษัทที่ขายอีเมล์ในแบบที่มีการแบ่งย่อย เป็นกลุ่ม ๆ เอาไว้ เราสามารถซื้อข้อมูลจากบริษัทดังกล่าว โดยเลือกกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ ง่ายต่อการเข้าถึงและประหยัดเวลาในการประชาสัมพันธ์

          พึ่งพาอาศัย คือ หันมาพึ่งพาอาศัยเว็บไซต์ในการหาลูกค้าให้มากขึ้น เช่น บรรดากระดานข่าวหรือ Web Board ต่าง ๆ เพราะตามเว็ปบอร์ดเหล่านี้ก็มีการแบ่งกระดานสนทนา ตามความสนใจของคนเล่นเว็ป

          เว็ปไซต์ คลังข้อมูลใหญ่ ๆ ทั่วไปที่สามารถมองหาลูกค้าได้บนหน้าอินเตอร์เน็ต คนส่วนใหญ่หันมาใช้ Internet หรือ Search Engine การที่เราสามารถเข้าไป Barter หรือ แลกแบนเนอร์กันก็สามารถเป็นอีกหนทางหนึ่งในการทำตลาด

          การประชาสัมพันธ์ เป็นการสื่อสารที่นักการตลาดอาจไม่เห็นความสำคัญ เพราะไม่เด่น ตูมเหมือนโฆษณาหรือการจัดโปรโมชั่น แต่การประชาสัมพันธ์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้พอกับการโฆษณา แต่เม็ดเงินที่ใช้น้อยกว่า และภาพลักษณ์ก็ดูซอฟท์กว่าอีกด้วย

          Business to Business เราไม่ได้ทำธุรกิจแค่ระหว่างเรา และผู้บริโภค แต่บางทีลูกค้าของเราที่เป็นธุรกิจด้วยกันก็มี ฉะนั้น ต้องรู้จักพลิกแพลง แผนการตลาดให้เหมาะสมกับประเภทของลูกค้าด้วย

อ้างถึง
https://th.jobsdb.com/th-th/articles/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B5
8
CNS Cloud Call จัดการสายโทรศัพท์ได้อย่างมืออาชีพแค่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต




CNS Cloud Call คืออะไร?

CNS Cloud Call คือการประยุกต์เทคโนโลยี Cloud Computing มาใช้กับระบบโทรศัพท์ ทำให้องค์กรไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งตู้สาขาโทรศัพท์หรือเซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องยุ่งยากกับการวางสายโทรศัพท์ อีกทั้งยังสามารถขยายระบบได้ตามต้องการ เพียงเชื่อมต่อ IP Phone กับอินเตอร์เน็ต แล้วสมัครใช้งาน CNS Cloud Call ก็สามารถใช้ได้ทันที เสมือนมีระบบโทรศัพท์มืออาชีพอยู่ในองค์กร ไม่ว่าจะเป็นการโอนสาย ประชุมสาย จัดลำดับสาย ฝากข้อความเสียง ฯลฯ

https://youtu.be/gihFhOS9GSY


CNS Cloud Call ทำอะไรได้บ้าง?

- หมายเลขเดียวติดต่อได้ทั้งบริษัท
- ติดต่อได้ตลอดเเวลาแม้อยู่นอกเวลางาน
- กรณีสายไม่ว่างสามารถโอนไปมือถือได้
- บันทึกเสียงสนทนา (Call Recording)
- ไม่ว่าจะใช้โทรศัพท์ระบบใดก็ประชุมสายร่วมกันได้ (Conference Bridges)
- รองรับการส่งแฟกซ์จากคอมพิวเตอร์ (Virtual Fax)
- สร้างระบบตอบรับอัตโนมัติได้ไม่จำกัด (Unlimited Auto Attendants)
- กระจายเสียงตามสายผ่านเครื่องโทรศัพท์ (Paging)
- ฝากข้อความเสียง (Voicemail)
- โทรแบบเห็นหน้า (Video Calls)
- แสดงรายงานการใช้โทรศัพท์ (Graphical Reporting)




ใครควรใช้ CNS Cloud Call ?

เหมาะกับองค์กรที่ต้องการระบบโทรศัพท์ขนาดเล็กสำหรับองค์กรที่ต้องการระบบโทรศัพท์ขนาดเล็ก ใช้เพียงไม่กี่คู่สาย และใช้เงินลงทุนไม่สูงนัก เช่น ธุรกิจในครัวเรือน ธุรกิจขนาดย่อม ร้านค้าขนาดเล็ก ร้านค้าออนไลน์ ฯลฯ CNS Cloud Call คือทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นระบบโทรศัพท์ที่ใช้งานผ่านคลาวด์ จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนติดตั้งตู้สาขาโทรศัพท์หรือเซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ เพียงแค่เชื่อมต่อ IP PHONE กับอินเตอร์เน็ตก็สามารถใช้งานได้ทันที



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่

Call Center: 02-433-4333
Website: http://www.creaturelab.co.th/product-category-cloud-call-th/
Facebook: vizertech
Line: @VIZER
9
เว็บบอร์ดธุรกิจ SMEs / เราจะหาเงินทุนได้จากที่ไหนได้บ้าง
« กระทู้ล่าสุด โดย MaoMao เมื่อ พฤศจิกายน 06, 2017, 06:41:41 pm »
การหาแหล่งระดมเงินทุนทางอินเตอร์เน็ตก็เป็นวิธีที่น่าสนใจอีกวิธีหนึ่ง ปัจจุบันที่เป็นยุคของอินเตอร์เน็ต จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าถึงนักลงทุน และเริ่มต้น ธุรกิจส่วนตัว ได้ง่ายขึ้น อาจเป็นสังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับการหาเงินทุนซึ่งปัจจุบันมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเปรียบเสมือนการจับคู่ติดต่อสื่อสารกันระหว่างผู้ให้กู้และผู้กู้ โดยในเมืองไทยเพิ่งจะได้รับความนิยม ในขณะที่ต่างประเทศมีการใช้วิธีนี้กันมานานแล้ว

การขอสินเชื่อจากธนาคารใหญ่เป็นวิธีที่ดีที่สุด สามารถแสดงผลกำไรให้ทางธนาคารเห็นได้ โดยผู้ประกอบการต้องศึกษาค้นคว้าหาธนาคารที่มีนโยบายซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนไม่มากนัก มีความยืดหยุ่นสูงทั้งในอัตราดอกเบี้ยและในส่วนของจำนวนเงินที่จะนำมาผ่อนชำระหนี้ และทางผู้ประกอบการควรเตรียมความพร้อมด้านเอกสารมาเป็นอย่างดีด้วย
จากวิธีข้างต้นที่กล่าวมายังมีอีกวิธีที่ช่วยในเรื่องการหมุนเวียนเงินทุนนั่นคือ

การขอความช่วยเหลือจากบริษัทคู่เจรจาธุรกิจ ที่สามารถทำได้ง่าย ทั้งในเรื่องการขอเงินทุนหรือการขอยืดเวลาในการชำระเงินออกไปก่อนจนกว่ากระแสการหมุนเวียนเงินในธุรกิจของเราจะเข้าที่ สำหรับบริษัทคู่ค้าที่ดีจะช่วยส่งเสริมโครงสร้างทางการเงินของบริษัทเราก็เป็นได้

ธนาคารพาณิชย์ถือเป็นแหล่งเงินทุนอันดับต้นๆ ที่เรามักนึกถึง เนื่องจากพบได้ทั่วไปและมีโปรโมชั่นออกมาเป็นจำนวนมาก แต่การขอสินเชื่อจากธนาคารก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว เพราะธนาคารก็จะต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือและโอกาสในการเติบโตของ ธุรกิจส่วนตัว ก่อนจึงจะอนุมัติให้สินเชื่อ โดยแผนส่วนใหญ่จะกำหนดคุณสมบัติของผู้กู้ต้องมีประสบการณ์ในด้าน ธุรกิจส่วนตัว ที่เกี่ยวข้องมาแล้ว 1-3 ปี ซึ่งน่าจะเป็นหลักประกันว่าผู้ประกอบการรู้จักธุรกิจส่วนตัวนั้นๆ ดีในระดับหนึ่ง อีกทั้งหลายธนาคารก็มีข้อบังคับว่าผู้ประกอบการจะต้องนำเสนอแผนธุรกิจที่ชัดเจนและเป็นไปได้ก่อนการขออนุมัติสินเชื่อด้วย ดังนั้นการกู้ผ่านธนาคารอาจเหมาะกับเจ้าของกิจการที่ดำเนินงานมาสักระยะเกิน 1 ปีขึ้นไป ซึ่งจุดประสงค์ของการให้สินเชื่อก็เพื่อเพิ่มความคล่องตัวของเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อการขยายตัวของ ธุรกิจส่วนตัว
เมื่อเราตัดสินใจจะกู้เงินจากธนาคารแล้ว เราต้องศึกษาในรายละเอียดว่าในแต่ละแผนกำหนดให้ต้องเตรียมนำเสนออะไรบ้าง อาทิ คนค้ำประกัน หรือเครื่องค้ำประกันอื่นๆ เช่น สิ่งปลูกสร้าง สัญญาเช่าอาคาร แผนพัฒนาธุรกิจ เป็นต้น และธนาคารส่วนใหญ่มักขอดูเอกสารสำคัญของบริษัท เช่น หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท เอกสารภาษี ซึ่งการเตรียมการให้พร้อมก็เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้ธนาคารอีกทางหนึ่ง
การขอสินเชื่อระยะสั้น เป็นวิธีการระดมที่เหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะใน ธุรกิจส่วนตัว ขนาดเล็ก ธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐหลายแห่งได้นำร่องและให้บริการรูปแบบนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มขยายไปยังบริษัทเอกชนตามการผลักดันของรัฐ ซึ่งวงเงินที่ขอกู้ไม่ควรเกิน 200,000 บาท ที่สำคัญบริษัทต้องมีเครดิตการเงินที่ดีพอสมควรถึงจะได้รับเงินกู้ประเภทนี้

กลุ่มนักลงทุนจะพร้อมให้โอกาสธุรกิจใหม่ๆ ในไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

หลังจากที่เราเตรียมตัวในการขอสินเชื่ออย่างดีแล้ว แต่สุดท้ายธนาคารก็ยังไม่เห็นใจให้เราอนุมัติ เราก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินหน้าและหาแหล่งเงินทุนอื่นต่อไป ซึ่งในแหล่งเงินทุนในส่วนนี้อาจจะยังไม่ได้รับความนิยมมากนักในไทย แต่ในปัจจุบันก็เริ่มมีแนวโน้มของกลุ่มนักลงทุนที่พร้อมให้โอกาส ธุรกิจส่วนตัว ใหม่ๆ มากขึ้นแล้ว จึงถือว่านักลงทุนนั้นเป็นอีกแหล่งเงินทุนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ก่อนอื่นนั้นเราต้องเข้าใจนักลงทุนก่อนว่า นักลงทุนนั้นแตกต่างกับธนาคารค่อนข้างมาก เพราะในขณะที่ธนาคารนั้นได้ประโยชน์จากการกู้ยืมของเราในรูปแบบของดอกเบี้ยที่เราต้องชำระคืนไปพร้อมกับเงินต้นเป็นงวดๆ ไป แต่สำหรับนักลงทุนแล้วนั้นหวังผลประโยชน์ในการครอบครองหุ้นหรือการมีส่วนร่วมเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเรา นั่นหมายความว่านักลงทุนนั้นจะยอมให้เงินลงทุนในธุรกิจของเราก็ต่อเมื่อเห็นว่าองค์กรของเรานั้นมีการเติบโตและตัวเลขผลประกอบการของบริษัทที่สูงขึ้นเรื่อยๆ

มีทั้งหลาย ธุรกิจส่วนตัวที่ไม่ใช้เงินลงทุนมากมาย ใช้ความสามารถหาเงินก็ได้ครับ ไม่ต้องใช้ทุน ใช้ความรู้อย่างเดียว เช่น รับแปลภาษา รับทำเว็บไชต์ รับเขียนบทความ รับดูแลเว็บไชต์ รับเขียนแบบ ออกแบบ เยอะครับ ลองศึกษาดูครับ ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณไม่มีความรู้ คุณก็รอเงินทุน ไม่ได้ทำอะไร ถ้าโชคดีมีทุนมาจากสวรรค์ คุณก็นำมันไปใช้ไม่ได้อยู่ดี เพราะทุนความรู้คุณมันน้อยเกินไป พอจะเข้าใจนะ ตัวเอง

วิธีหาเงินทุนแบบคนไม่มีเงิน
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนอยากทำธุรกิจคือไม่มีเงินทุน
จึงไม่ได้เริ่มเสียที ชีวิตเลยติดหล่มไม่ไปไหน
ความจริงคือ ทุนไม่ได้หมายถึง เงินเท่านั้น
แม้ไม่มีเงินมาต่อเงิน แต่ก็มีอย่างอื่นที่เราสามารถใช้เป็นทุนเพื่อหาเงินเพิ่มได้

ผมได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับการทำธุรกิจของชาวจีน
ซึ่งบทหนึ่งเขียนเรื่อง วิธีหาเงินทุนแบบคนไม่มีเงิน
การสร้างตัวของคนจีนในไทยเป็นตัวอย่างที่ดีมากของประเด็นนี้
พวกเขาเข้าไทยสมัยรัชการที่ 5 มาเสื่อผืนหมอนใบ ไม่มีเงิน ไม่มีเส้นสาย
บางคนไม่มีแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ส่วนใหญ่มาเป็นลูกจ้าง ใช้แรงงานแลกเงิน
แต่เดี๋ยวนี้กลับกัน คนไทยกลายเป็นลูกจ้าง คนจีนเป็นเจ้าของธุรกิจและมหาเศรษฐี

คำถามคือ ตอนคนจีนตัวเปล่าเล่าเปลือย ใช้วิธีใดในการหาเงินทุนมาทำธุรกิจ

เคล็ดลับมี 3 ข้อคือ แรงงาน เวลา และ ประหยัด
.
.
.
(1)แรงงาน : แรงงานคือทุนอย่างหนึ่งเพราะนำแลกเป็นเงินได้
ตอนคนจีนเหยียบแผ่นดินไทย ไม่มีทุนก็ขายแรงงานแลกเงิน
เช่น แบกกระสอบ ยกของ ทำงานในร้าน ฯลฯ ไม่เกี่ยงงานหนักเอาเบาสู้
ได้เงินมาก็ใช้อย่างมัธยัสถ์ เก็บออมสะสมเป็นเงินทุน

สำหรับคนมีปริญญา การใช้แรงงานดูเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่า
แต่ในชีวิตจริงจะมีกี่คนที่ในเวลาว่าง ได้ทำงานที่ตรงสเป็คทุกอย่าง
หากคุณมีเวลาแล้วไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ อาจเริ่มต้นด้วยการใช้แรงงานในร้านซึ่งทำสิ่งที่คุณสนใจ
เช่น เสาร์อาทิตย์ สมัครเป็นเด็กฝึกงานในอู่ซ่อมรถ ร้านกาแฟ ร้านขายของที่จตุจักร
เพราะใช่ว่าจะทำงานแบบนี้ตลอดไปเสียเมื่อไหร่ พออะไรดีกว่าเข้ามา ค่อยขยับขยาย
อีกทั้งงานพื้นฐานก็ให้อะไรมากกว่าที่คิด

ดร.กฤษนะ กฤตมโนรต หนึ่งในนักขายประกันที่เก่งที่สุดในไทย
สมัยหนุ่มกระทง เคยเป็นเด็กติดรถบรรทุกของร้านขายยา
เขาสังเกตุจนรู้ปรุโปร่งว่า ร้านสั่งสินค้าจากที่ไหนถึงมีต้นทุนถูก
ลูกค้าชอบอะไร บริหารสต๊อคอย่างไรไม่ให้ทุนจม
ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่มีสอนในมหาลัย คุณจะรู้ได้จากการคลุกคลีหน้างานเท่านั้น
.
.
.
(2)เวลา คนจีนสมัยก่อนขยันมาก ตื่นก่อนนอนหลัง ระหว่างวันทำงานเป็นระวิง
เพราะพวกเขาคิดว่า เวลามีค่า หากใช้ทำงานก็มีโอกาสได้เงิน จึงทำโน้นทำนี่ตลอดเวลา
เล็กน้อยหนักเบาเอาทั้งนั้น อย่างน้อยก็ได้ประสบการณ์
ดีกว่านั่งๆนอนๆอยู่เฉย ผลาญเวลาอย่างสูญเปล่า

การใช้เวลาหาตังค์มาเป็นทุนมีหลายวิธี แต่ที่ง่ายที่สุดคือ ใช้เวลากับงานที่ทำอยู่แล้ว
เช่น ขยันทำโอทีให้มากขึ้น หรือขนขวายหาความรู้เพิ่มเพื่อความก้าวหน้า
เพราะหากได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนย่อมมากขึ้น หนทางสู่การมีเงินทุนก็เปิดกว้าง
จำไว้ว่า ไม่มีคำว่าขี้เกียจในหมู่คนรวย จงใช้เวลาให้คุ้มค่าเสมอ
.
.
.
(3)ประหยัด คนจีนขึ้นชื่อเรื่องความมัธยัสถ์ บาทเดียวไม่กระเด็น
สาเหตุที่พวกเขาชอบกินข้าวต้ม เพราะในปริมาณข้าวสารเท่ากัน
หุงข้าวสวยจะหมดเร็วกว่าทำข้าวต้ม การนำข้าวผสมน้ำช่วยลดค่าใช้จ่ายได้

บางคนอาจนินทาว่า "ขี้งก" แต่เรื่องนี้มีสาเหตุ สมัยร5ไม่มีคำว่าเจ้าสัวในหมู่คนจีนอพยพ
เพราะเสื่อผืนหมอนใบกันทั้งนั้น ต้องใช้แรงงานอาบเหงื่อต่างน้ำแลกเงินมา
หากใช้จ่ายสิ้นเปลือง ก็ไม่มีเหลือเก็บมาทำทุน

คนจีนรู้ดีว่า เงินเก็บเพิ่มขึ้นมาจาก 2 ทาง คือ เพิ่มรายได้ และ ลดรายจ่าย
สมัยนี้อิทธิพลของสื่อทำให้ฮิตแต่เรื่องเพิ่มรายได้ ความจริงคือ ไม่มีอะไรได้มาฟรี
อยากได้เพิ่มต้องลงทุน บ่อยครั้งการลงทุนไม่เป็นอย่างที่คิดเพราะขาดประสบการณ์
สถานการณ์เลยยิ่งแย่กว่าเดิม ขณะที่ลดรายจ่ายทำง่ายกว่า เพราะไม่ต้องลงทุน
เงินอยู่ในมือแล้ว อยู่ที่ตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่เท่านั้น

หลักคิดอีกข้อในช่วงสร้างตัวของคนจีนคือ "อะไรที่ไม่ซื้อแล้วไม่ตาย เก็บเป็นเงินทุนได้ทั้งสิ้น"
คนที่อยากมีเงินทุนก็ใช้หลักการนี้ได้เช่นกัน ลองสำรวจดูว่า อะไรที่ไม่จ่ายก็มีชีวิตอยู่ได้
เช่น กาแฟแก้วละ 60 เสื้อผ้า ท่องเที่ยว เป็นต้น เปลี่ยนรายจ่ายเหล่านี้มารอมริบเป็นเงินทุนได้ไหมแนวคิดนี้อาจดูสุดโต่งในยุคปัจจุบัน แต่มันเป็นไปได้ในโลกความจริง ถ้ายอมอดเปรี้ยวกินหวาน จ่ายแต่สิ่งจำเป็นเป็นเวลา1 ปี คุณจะพบว่ามีเงินออมมากขึ้นชนิดที่ตัวเองยังประหลาดใจ
จะได้ไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุนมาทำธุรกิจอีกต่อไป

1.ระดมทุนแบบร่วมลงทุน (Venture Capital) Venture Capital (VC) คือ หนึ่งในแหล่งทุนของ Startup มีทั้งกลุ่มองค์กร หรือกองทุนร่วมลงทุนที่ต้องการนำเงินที่มีอยู่มาร่วมลงทุนกับ Startup ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง โดยแลกกับสัดส่วนของหุ้น รวมถึงอำนาจในการตัดสินใจต่าง ๆ ระยะเวลาการลงทุนมักจะอยู่ที่ 3-5 ปี แต่การจะได้เงินมา Startup ก็ต้องมีโปรดักส์ให้เห็น หรืออย่างน้อยมี Prototype พร้อมกับจำนวนผู้ใช้มากพอในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ยังต้องมีแผนธุรกิจที่ชัดเจน Business Model ที่เป็นไปได้ Financial Projection ที่สมเหตุสมผล ถึงจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและดึงดูดเงินทุนให้เข้ามาได้ ซึ่งบริษัท Startup ใหญ่ ๆ ในต่างประเทศล้วนแล้วเคยผ่านการเติบโตจากเงินทุนของ VC ทั้งนั้น เช่น Google, Facebook สำหรับ Startup ไทยหลายรายก็สามารถระดมทุนได้สำเร็จจาก VC ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น aCommerce ผู้ให้บริการทางด้านอีคอมเมิร์ซแบบครบวงจร ซึ่งการระดมทุนส่วนนี้ต้องมีเป้าหมายชัดเจนว่าเพื่ออะไรในกรณีของ aCommerce คือการเพิ่มขนาดแวร์เฮ้าส์ พัฒนาแพลตฟอร์มให้แข็งแกร่ง และเพิ่มทีมงานอีกกว่า 300 ชีวิต ภาพจาก https://goo.gl/W80rhT 2.ระดมทุนมวลชน Crowdfunding Crowdfunding หรือการระดมทุนจากมวลชน มีข้อดีคือขั้นตอนที่ง่ายและใช้เวลาสั้นกว่าการระดมทุนด้วยวิธี Venture Capital และการขอกู้จากธนาคาร แต่ข้อเสียคือเงินทุนที่ได้จากวิธีนี้จะต่ำกว่าแบบแรกพอสมควรในปี 2557 ตลาดทุน Crowdfunding ทั่วโลกมีมูลค่าสูงกว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ มีการเติบโตสูงถึง 1,000% โดยเว็บไซต์ที่โด่งดังและใหญ่ที่สุดในโลกด้าน Crowdfunding คือ Kickstarter ความจริง Crowdfunding นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ของStartupเมืองไทย เพียงแต่ Crowdfunding Plattorm สัญชาติไทยส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรูปแบบการให้คืนเป็นรางวัล (Rewards) และการบริจาค (Donation) เช่น Afterword เปิดโอกาสให้นักเขียนระดมทุนผลิตหนังสือจากคนอ่านโดยตรง โดยเปิดระดมทุนครั้งแรกกลางปี 2557 สามารถระดมทุนได้ 1.2 ล้านบาท ภายในเวลา 9 เดือน มีการผลิตหนังสือแล้ว 8 เล่ม หรือ Taejai.com จากจุดเริ่มต้นที่ต้องการช่วยเหลือกลุ่มคนที่อยากทำเรื่องดี ๆ เพื่อสังคม ปัจจุบันมีสมาชิก 8,000 คน มีสมาชิกสนับสนุนโครงการต่าง ๆ 2,400 คน เป็นเงิน 6.7 ล้านบาท ให้กับโครงการสร้างสรรค์กว่า 80 โครงการเป็นต้น ภาพจาก https://goo.gl/4NGlyv และนอกจากวิธีการระดมทุนใน 2 รูปแบบที่กล่าวไปแล้วอีกวิธีหนึ่งที่ดูจะคุ้นเคยกับคนไทยมากที่สุดก็คงเป็นการขอกู้เงินจากธนาคารต่างๆ ซึ่งปัจจุบันแทบทุกธนาคารจะมีสินเชื่อเพื่อ SMEs Startup โดยเฉพาะ ผู้ที่จะใช้เงินทุนในลักษณะนี้จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดของธนาคารที่จะขอเงินกู้ทั้งในเรื่องคุณสมบัติผู้กู้,อัตราดอกเบี้ย,เงื่อนไขการชำระคืน นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ “ความสามารถในการจ่ายคืน” นั้นหมายถึงพื้นฐานของธุรกิจที่ต้องเข้มแข็งและมีการตลาดที่ดีมากพอ ซึ่งธนาคารเองก่อนที่จะปล่อยกู้ได้นั้นก็ต้องมาวิเคราะห์มองศักยภาพของผู้กู้เช่นกัน ตารางเปรียบเทียบสินเชื่อธุรกิจSMEs ของแต่ละธนาคาร     ธนาคาร                 ชื่อสินเชื่อ          วงเงิน (บาท)         อัตราดอกเบี้ย          เวลาผ่อนชำระ SME Bank   Small SMEs   1,000,000   MRR+1% (เกิน 3 ปี)MRR+2%(ไม่เกิน3 ปี)   สูงสุดไม่เกิน 7 ปี กสิกรไทย   K SME Start-Up Solution   100,000-500,000   MRR + 9% ต่อปี   36 เดือน (3 ปี) กรุงศรีอยุธยา   สินเชื่อเกินร้อยวงเงินสูงผ่อนนาน   200,000 – 12,000,000   MRR + 2.0%   สูงสุดไม่เกิน 10 ปี กรุงไทย   สินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการใหม่   สูงสุด 2,000,000   MRR + 2.5%   สูงสุดไม่เกิน 7 ปี ไทยพาณิชย์   สินเชื่อธุรกิจรายย่อย กล้าคิดก็กล้าให้   สูงสุด 5,000,000   ร้อยละ 11.870 ต่อปี (ลูกค้าสินเชื่อทั่วไป)   สูงสุดไม่เกิน  10 ปี กรุงเทพ   บัวหลวงทันใจ   สูงสุด 10,000,000   ขั้นต่ำ MRR + 2%   ตามการพิจารณาของธนาคาร ออมสิน   เพื่อผู้ประกอบการรายใหม่   ไม่เกิน 200,000 บาท   MLR + 2%   สูงสุดไม่เกิน 60 เดือน หลักการขออนุมัติสินเชื่อเพื่อให้ผ่านการพิจารณาจากธนาคารนั้นสิ่งที่ต้องประกอบกันมีหลายอย่างซึ่งทางธนาคารเองก็แนะนำว่า สิ่งสำคัญสำหรับการขอสินเชื่อทุกประเภทประวัติทางการเงินของตัวเองต้องดี ต้องมีรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เครดิตทางการเงินต้องไม่ขึ้นบัญชีดำนอกจากนี้การเตรียมเอกสารทุกอย่างต้องพร้อมเพราะถ้าพลาดอย่างหนึ่งอย่างใดไปอาจต้องไปตั้งต้นเริ่มใหม่ซึ่งจะทำให้เสียเวลาในการได้สินเชื่อมากยิ่งขึ้น ภาพจาก http://goo.gl/AW7xX2 อย่างไรก็ดีเทคนิคในการขอสินเชื่อจากธนาคารก็ควรเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเองเป็นสำคัญเช่นกลุ่ม Startup ที่ยังไม่มีประสบการณ์มากพอเพียงแต่มีแนวคิดน่าสนใจธนาคารที่เปิดสินเชื่อกลุ่มนี้แนะนำธนาคารออมสินกับธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนถ้าเป็นธุรกิจที่เริ่มได้ระยะหนึ่งมีประสบการณ์ระดับหนึ่งสินเชื่อที่น่าสนใจคือธนาคารกสิกรไทยกับ SME Bank แต่ถ้ามองการณ์ไกลอยากขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดดและมั่นใจในศักยภาพมากพอรวมถึงต้องการวงเงินสูงๆธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงศรีอยุธยาน่าจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

Reward-based Crowdfunding : คือการระดมทุนของผู้สร้างสรรค์งานศิลปะแขนงต่าง ๆ หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ในด้านต่าง ๆ หรือแม้แต่การจัดสัมมนา การแสดงละครเวที คอนเสิร์ต และโชว์ต่าง ๆ โดยคนที่เอาเงินมาร่วมระดมทุน จะได้รางวัลที่เกี่ยวกับงานนั้น ๆ หรือของขวัญพิเศษจากผู้สร้างสรรค์กลับไป
Peer-to-Peer Lending : เป็นการระดมทุนของผู้ที่ต้องการเงินทุนไปใช้ประโยชน์ต่าง ๆ โดยผู้สนับสนุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามที่ตกลงกัน
Donation-Based Crowdfunding : เป็นการระดมทุนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้สนับสนุนมักจะไม่ได้รับผลตอบแทนเป็นสิ่งของ แต่ได้รับเป็นความสุขใจกลับไปแทน ซึ่งการระดมทุนแบบนี้ก็เหมือนกับการบริจาคนั่นเอง
EquityCrowdfunding : เป็นการระดมทุนในรูปแบบของบริษัท ซึ่งผู้สนับสนุนจะมีส่วนในการถือหุ้นร่วมเป็นเจ้าของบริษัทนั้นด้วย

โค๊ด: [Select]
http://millionaire-academy.com
โค๊ด: [Select]
http://www.thaismescenter.com/%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99-%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A-startup-%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%99/
โค๊ด: [Select]
http://www.kingsmes.com/2015/03/business-not-have-capital.html
10
เว็บบอร์ดธุรกิจ SMEs / วิธีหาลูกค้าแบบใหม่ๆ
« กระทู้ล่าสุด โดย ซีอีโอ โมบาย เมื่อ พฤศจิกายน 04, 2017, 05:52:07 pm »
การหาลูกค้าใหม่ๆนับว่าเป็นจุดที่สำคัญที่สุดแต่ก็ยากเกือบที่สุดเหมือนกัน

1 เราต้องมีภาพลูกค้าในดวงใจเราก่อน เพราะเป็นช่องทางที่จะทำให้เรามองออกว่าเราจะขายสินค้าผ่านช่องทางไหน และมีการเข้าถึงลูกค้าในลักษณะใด

2 สินค้าที่เป็นกลุ่มลูกค้าใหม่ของผลิตภัณฑ์ ควรเข้าถึงจุดแรกของการมองหาสินค้า เน้นให้ความรู้ เช่น สินค้าสำหรับเด็ก ก็จะมีพ่อแม่มือใหม่จำนวนมากที่โรงพยาบาล ลูกค้าเหล่านี้บางทีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องใช้อะไรบ้าง การเข้าถึงก่อน นั้นคือความได้เปรียบ

3 ลูกค้าที่เราต้องการดึงมาจากบริษัทคู่แข่ง เราต้องมีการนำเสนอคุณค่าของสินค้าและการตอบสนองของบริการที่ตอบโจทย์ที่ยังขาด เช่น เครือข่ายโทรศัพท์ในช่วง DTAC มีปัญหาเรื่องสัญญาณ AIS ชิงช่วงจังหวะกระหน่ำความเป็นผู้นำเรื่องคุณภาพสัญญาณที่เสถียร และจัดโปรโมชันสำหรับการย้ายค่าเบอร์เดิม นี่คือตัวอย่างของการมองจุดอ่อนคู่แข่ง แล้วเอามาตอกย้ำจุดแข็งของเรา เพื่อเปลี่ยนใจลูกค้าให้มาที่เราฃ


4 ให้ลูกค้าเก่า ดึงดูกค้าใหม่ ด้วยการให้สิทธิพิเศษในการแนะนำ หรือใช้การเป็นสมาชิกผลิตภัณฑ์เผยแผ่ข้อมูลตัวสินค้าต่อไป ยิ่งโลกปัจจุบันมีเฟซบุ๊คก็ยิ่งง่าย ใช้วิธีกดไลค์และแชร์ เพื่อนของลูกค้าก็ต้องมาถามจากลูกค้า เท่ากับเรามีกระบอกเสียงช่วยขายของ

5 พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อดึงกลุ่มลูกค้าใหม่ แบบนี้คือเราต้องเงี่ยหูฟังความต้องการของลูกค้าเสมอๆ เพราะบางทีการมองหาสินค้ารูปแบบใหม่ของลูกค้า อาจนำมาสู่การต่อยอดธุรกิจของเรา

6 พัฒนาการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า ซึ่งเราอาจได้ใช้เมื่อต้องการส่งจดหมายข่าว sms promotion ซึ่งช่วยเพิ่มความจดจำในตัวสินค้าของเรา วันไหนที่ลูกค้ามีความต้องการใช้ก็จะนึกถึงสินค้าของเราเป็นอันดับแรก

โค๊ด: [Select]
https://news.mthai.com/economy-news/377166
หน้า: [1] 2 3 ... 10